ใส่กางเกงในรัดเกิน อาจเผชิญหลอดเลือดดำขอดที่ขา
ใส่กางเกงในรัดเกิน อาจเผชิญหลอดเลือดดำขอดที่ขา
เนื้อหา »
เตือนผู้ที่ชอบใส่ชุดชั้นในรัด ๆ ในขณะที่ต้องนั่งหรือยืนทำงานนาน ๆ ระวังเป็นโรคหลอดเลือดดำขอดที่บริเวณขา และเสี่ยงโรคมะเร็งผิวหนัง แนะผ่อนคลายอิริยาบถและออกกำลังกาย
นางนิตยา มหาผล โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้โรคหลอดเลือดขอดที่ขา เป็นปัญหาที่พบบ่อย ซึ่งการโป่งพองของหลอดเลือดดำที่ขา มักเกิดจากการมีลิ้นปิดกั้นในหลอดเลือดดำ ทำให้เลือดดำไม่ไหลย้อนขึ้นไปที่หัวใจและปอด เมื่อปล่อยไว้นาน ๆ โดยไม่แก้ไขจะนำไปสู่การเกิดแผลเรื้อรังหรือโรคผิวหนังเรื้อรัง ตะคริวที่ขา และมะเร็งผิวหนังในที่สุด โดยในสังคมตะวันตกพบเป็นโรคนี้ร้อยละ 25
นางนิตยา กล่าวอีกว่า กลุ่มประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดดำขอดที่ขา ได้แก่กลุ่มที่มีอาชีพต้องยืนทำงานนาน ๆ หรือนั่งทำงานบนเก้าอี้นาน ๆ เช่น หนุ่มสาวที่ทำงานตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ หรือผู้ที่ทำงานบนสายพานการผลิตในโรงงานต่าง ๆ ยิ่งผู้ที่ชอบใส่กางเกงในรัด ๆ ด้วยแล้ว ยิ่งจะทำให้มีโอกาสเสี่ยงเป็นหลอดเลือดที่ขาขอดมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรืออยู่ในข่ายอ้วน การตั้งครรภ์ก็เป็นปัจจัยเสริมทำให้เกิดหลอดเลือดดำที่ขาขอดได้เช่นกัน
“จึงขอแนะนำให้เจ้าของผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ หรือโรงงานประเภทที่ให้
พนักงานยืนทำงานเป็นเวลานานๆพิจารณาเวลาให้พนักงานได้นั่งสลับกันบ้างให้เปลี่ยนอิริยาบท หรือส่งเสริมให้พนักงานออกกำลังกายให้เหมาะสมกับเวลาและโอกาส เป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพ และสุขภาพจิตให้พนักงานและป้องกันโรคหลอดเลือดที่ขาขอด ผลของการออกกำลังกายจะสร้างเสริมสุขภาพจิตของพนักงานให้แจ่มใส ซึ่งจะเอื้อต่อคุณภาพบริการต้อนรับลูกค้าอีกด้วย” นางนิตยา กล่าว
ด้าน น.พ.ชูชัย ศรชำนิ ศัลยแพทย์โรงพยาบาลฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ที่จังหวัดฉะเชิงเทรามีโรงงานจำนวนมาก ตั้งอยู่ จากการตรวจสุขภาพประจำปี ทั้งพนักงานชายและพนักงานหญิงพบว่ามีปัญหาหลอดเลือดขอดที่ขาได้บ่อยขึ้น โดยมีผู้ที่ต้องยืนหรือนั่งทำงานติดต่อกันเป็นกะ ๆ จึงสนใจศึกษาปัญหาสาเหตุที่แท้จริง นับเป็นการศึกษาครั้งแรกในประเทศไทย โดยได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2542 ในกลุ่มพนักงานโรงงาน 2 แห่ง คือสถานประกอบการด้านการผลิตคอมเพรสเซอร์ สำหรับเครื่องปรับอากาศพนักงาน 927 คน ส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 80 เป็นชาย และสถานที่ผลิตสายไฟในรถยนต์มีพนักงาน 639 คน กว่าร้อยละ 80 เป็นหญิง
น.พ.ชูชัย กล่าวว่า ผลการศึกษาพบว่าทั้งพนักงานชายและหญิงมีเส้นเลือดดำขอดที่ขา โดยผู้ใช้แรงงานหญิงร้อยละ 24 มีเส้นเลือดฝอยโป่งที่ใต้ผิวหนังชั้นตื้น ซึ่งแม้จะไม่มีอาการปวด หรือเกิดตะคริว แต่ผู้หญิงจะมีความกังวลเรื่องความสวยงามของปลีน่อง และต้นขา โดยการเกิดอาการเหล่านี้พบว่าเกี่ยวข้องกับการทำงานน้อยหรือยืนทำงานนาน รวมทั้งการตั้งครรภ์การกินยาคุมกำเนิด ส่วนผู้ใช้แรงงานชายจะพบหลอดเลือดขอดในผิวหนังชั้นลึกมากถึงร้อยละ 32 ผลการศึกษาครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า ลักษณะการทำงานประกอบอาชีพ อาจส่งผลต่อปัญหาสุขภาพ เจ้าของสถานประกอบการควรให้และนำไปปรับวิธีการปฏิบัติ เพื่อให้พนักงานมีสุขภาพดี สามารถเพิ่มให้มีกำลังการผลิตดีขึ้น เนื่องจากพนักงานไม่ต้องลางาน เพื่อรักษาเส้นเลือดขอดที่ขา

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]
<< หน้าแรก